

โยคะชำระโรค คัดลอกมาจากหนังสือของ อ.พีระ บุญจริง
การฝึกเพื่อความสะอาดทุกระบบ
สัปดาห์ที่ 2 การฝึกเพื่อสร้างสมดุลย์ ( ความพอดี )
การสงบจิตภาวนา ( Focus on Peace ) นั่งขัดสมาธิ ตัวตรง แต่ไม่เกร็ง หายใจยาวๆลึกๆ ลืมอดีตและอนาคต คิดแต่สิ่งที่ดีงาม สร้างมโนภาพเกี่ยวกับความสงบ เช่น ในป่า ทุ่งนาท้องทะเล เพื่อฝึกจิตให้สงบ
การอบอุ่นร่างกาย ( warm up )1.ท่าโค่นต้นไม้ ยืนตรงแยกเท้ากว้างประมาณ 2 ฟุต หายใจเข้า พร้อมกับยกมือขึ้นเหนือศรีษะ
และเอนตัวไปด้านหลัง กลั้นหายใจ หายใจออก พร้อมกับก้มตัวไปข้างหน้าระหว่างเท้าทั้งสอง
ทำซ้ำอีก 2 ครั้ง พักและพิจารณาผล
*** ข้อควรระวัง*** สำหรับผู้มีปัญหาสันหลัง ห้ามทำท่านี้ จนกว่าจะหายจากอาการปวดแล้ว
ผู้มีความดันไม่ปกติ ห้ามฝึก หากรู้สึกหน้ามืดให้หยุดฝึก
2.ท่าบริหารข้อเท้า
หายใจเข้า-ออก ปกติ นั่งเหยียดขามือซ้ายจับขาซ้าย มือขวาจับปลายเท้าซ้าย หมุนตามเข็มนาฬิกา ทำสลับกับอีกข้าง 3 – 5 รอบ
3.ท่าบริหารขา หายใจเข้า-ออก ปกติ
นั่งเหยียดขา งอเท้าขวา ใช้มือทั้งซ้าย-ขวา จับปลายเท้าหรือข้อเท้า ยกขึ้นให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนหน้าผากจรดเข่า พยายามให้ขาเหยียดตรง
4.ท่ายกขา
นอนหงายชูมือเหนือศรีษะ หายใจเข้า ยกขาขวาใช้มือดึงขาขวาเข้าหาตัว แต่ขาต้องตรงตลอดเวลา หยุดไว้ประมาณ 3 – 5 วินาที ลดขาลงพร้อม หายใจออก ทำซ้ำอีก 2 ครั้ง เปลี่ยนไปทำข้างซ้ายเช่นเดียวกับข้างขวา เสร็จแล้วหายใจเข้า ยกขาทั้ง 2 และใช้มือดึงเข้าหาตัว พักและพิจารณาผล มีประโยชน์ต่อกล้ามเนื้อช่วงท้อง และแผ่นหลังช่วงล่าง
5.ท่างอตัวและโยก หายใจเข้า-ออก ปกติ
นั่งงอเข่า เอามือทั้ง 2 ข้างกอดเข่าไว้แน่นๆ เก็บคาง เอนตัวไปข้างหลังช้าๆ แล้วโยก
หน้า โยกหลัง หลายๆครั้ง พยายามอย่าให้ท้ายทอยกระแทกพื้น ทุกท่าให้ทำอย่างระมัดระวัง
โยคะอาสนะ
1.ท่าแมว ( ปิลิกาสนะ )
คุกเข่าแยกมือแยกเท้าห่างพอประมาณ ขณะบริหาร ให้ไหล่ทั้ง 2 ตั้งตรงอยู่ตลอดเวลา หายใจออก โก่งตัวและหดหน้าท้องก้มหน้ามองไปที่ท้อง หายใจเข้า เงยหน้าพร้อมทั้งแอ่นหลัง หยุดอยู่ชั่วขณะ บริหารซ้ำประมาณ 7 – 9 รอบ พักและพิจารณาผล
ประโยชน์ เป็นการบริหารสะเอว และบริเวณหน้าท้องแข็งแรง ทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า
2.ท่าไขว้ขา ( อิทธะ วครสนะ ) นอนหงายกางแขนตรงระดับไหล่ ตั้งเข่าขวา พับขาขวาไขว้ข้ามขาซ้าย จนเข่าขวาติดพื้นร่างกายส่วนบนยังอยู่ที่เดิม หายใจปกติ ทำสลับทางข้างซ้าย รวม 3 รอบ พักและพิจารณาผล ประโยชน์ ท่าไขว่ขา ทำให้กระดูกสันหลังงอ สร้างสมดุลของพลังในร่างกาย
3.ท่างู ( ภุชงคะสนะ )
นอนคว่ำหน้า หน้าท้อง ขาติดพื้น งอมือตรงระดับไหล่ ฝ่ามือหันออกนอกตัว ขณะ
หายใจเข้า ช้าๆ ค่อยๆยกตัวขึ้นจากส่วนล่าง ตั้งแต่สดือ ลงไปติดอยู่กับพื้นค้างไว้ และ กลั้นหายใจ
ไว้ประมาณ 15 วินาที ความรู้สึกที่อยู่ส่วนล่างของร่างกาย หายใจออกพร้อมลดตัวลง ปฏิบัติซ้ำรวม
3ครั้ง พักและพิจารณา ( คล้ายการออกกำลังกายท่าวิดพื้น แต่แต่ช่วงเอวถึงปลายเท้าราบกับพื้น )
ประโยชน์ ท่างูเป็นท่าสำคัญของโยคะ ทำให้โลหิตไหลเวียน ที่บริเวณภายในอวัยวะภายในท้อง แก้
อาการท้องผูก และระบบย่อยอาหาร เป็นการบริหารกระดูกสันหลัง แก้ปัญหาโรคไต ต่อมไทรอยด์ไม่ปกติ และเพิ่มความมั่นคงในจิตใจ
***ข้อควรระวัง*** ให้ปฏิบัติอย่างช้าๆ นุ่มนวล หากท่านมีปัญหาทางกระดูกสันหลัง
4.ท่าเด็ก ( คนเจ้าเนื้อทำยาก )
นั่งบนส้นเท้า ค่อยๆก้มตัวลงจนกระทั่งหน้าผากจรดพื้น มือทั้ง 2 ข้าง วางแนบข้าง
ตัวติดพื้น ทำตัวสบายๆผ่อนคลาย หายใจเข้า-ออก ปกติ อยู่ในท่านี้ให้นานที่สุด ลุกช้าๆพิจารณา
ประโยชน์ เป็นท่าพักผ่อนที่ดีมาก ทำให้การไหลเวียน ของโลหิตเข้าสู่สมองได้ง่าย ช่วงท้องถูกบีบ แก้อาการอ่อนเพลีย จิตใจสงบ
5.ท่ายืนด้วยไหล่ ( วิปาริตะการิณี )
นอนหงาย ค่อยๆพับหน้าท้องแล้วหกตัวขึ้น ใช้มือทั้ง 2 จับข้างสะเอวไว้ เท้าชี้ตรงแล้วค่อยๆเอนเท้าไปข้างหลัง เล็กน้อย หายใจเข้าออก ปกติ ให้คงท่านี้ไว้ประมาณ 3 – 5 นาที ทำจิต
สงบ สังเกตที่หน้าและลำคอ แล้วค่อยๆลดเท้าลง นอนพักและสังเกตผล
ประโยชน์ ท่านี้ ทำให้เลือดไปเลี้ยงใบหน้า และลำคอ ทำให้หัวใจ และปอดได้พักผ่อน และแก้ปัญหาริดสีดวงทวาร
***ข้อควรระวัง*** ผู้มีความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ห้ามฝึกท่านี้ ขณะมีรอบเดือนก็ห้ามฝึก
Su nombre sánscrito significa "todo el cuerpo", dando referencia a la enorme cantidad de beneficios que esta postura prodiga.
Debido a la postura invertida, la sangre venosa fluye con facilidad de nuevo hacia el corazón, dándole un renovador descanso. Debido a la presión que se ejerce sobre la zona de la garganta se produce una fuerte estimulación de la glándula tiroides y de los órganos del cuello y tórax. Asociada a esta glándula se encuentran numerosos beneficios en los sistemas del cuerpo.Del lado posterior del cuello se produce un gran estiramiento de la zona cervical, produciendo un gran alivio descontracturante. Rejuvenecimiento del organismo en general.
Sin duda esta es una de las asanas más completas y beneficiosas para los órdenes físico y psíquico.
6.ท่าต้นไม้ ( วคะศาสนะ )
ยืนตรงมือปล่อยข้างตัว ดวงตาเพ่ง ณ จุดใดจุดหนึ่งข้างหน้า งอเท้าขวาให้ฝ่าเท้ายัน
ต้นขาซ้ายด้านใน เมื่อทรงตัวดีแล้ว ให้ยกมือขึ้นเหนือศรีษะ หายใจเข้า-ออก ปกติ คงท่านี้ไว้ประมาณ 30 วินาที เช่นเดียวกับข้างขวา พักและพิจารณาผล ปฏิบัติ 3 รอบ
ประโยชน์ เป็นการฝึกสติและสมาธิ ทำให้ร่างกายและจิตใจมั่นคง
La palabra sánscrita "asana" significa "postura", y hace referencia a una determinada posición que es adoptada por el cuerpo físico en la práctica del Hatha Yoga. Cada asana tiene un triple efecto: físico, emocional y psíquico. Es importante aclarar que esta división es hecha a los efectos de su descripción analítica, pero que no pretende sustancializar dicha segmentación, puesto que el Yoga es un sistema holístico y cuyo principal significante es "unión". Por lo tanto el hombre es visto como una unidad inseparable. Entonces cada uno de los efectos descriptos se yuxtapone con el resto, a la manera de una nota musical y sus respectivos armónicos que resuenan hacia arriba y hacia abajo de una gran escala "total".
Así cada asana producirá en el cuerpo físico beneficios relacionados con la salud, devolviéndole la armonía a todos los órganos del cuerpo, así como también elongando y tonificando músculos, favoreciendo la circulación sanguínea, nutriendo a todas las células y tejidos, trabajando a nivel del sistema nervioso y glandular y produciendo un estado de relajación general. Progresivamente se va logrando un equilibrio emocional y psíquico, generado por la interacción de múltiples factores como los efectos sobre el sistema nervioso, la coordinación y regulación respiratoria, la reducción del estrés, el cambio de patrones de enfrentamiento ante situaciones estresantes, la relajación aprendida, y la posibilidad de abrirse al mundo de una manera nueva fresca y renovada.
Quizá esto sea el punto más pragmático visto desde una manera de pensar occidental, pero desde la manera oriental estos efectos son solo corolarios derivados , siendo que los efectos principales apuntan a producir profundos cambios a nivel del cuerpo astral (Linga Sharira), purificando y desbloqueando los nadis (canales por donde fluye el prana o energía vital) y activando los chakras (centros de energía), pero cuyo fin último es propiciar el estado de meditación.
Cada asana o postura tiene dos fases: una dinámica y otra estática. En la fase dinámica (armado y desarmado del asana) cada movimiento debe realizarse de forma conciente, armónico, lento, continuo y coordinado con la respiración. En la fase estática (mantenimiento de la postura) se inmoviliza todo el cuerpo, y se concentra la atención en la zona específica en el que actúa el asana, acompañado de una respiración suave y profunda. Los mayores beneficios de las asanas se logran en esta última fase, así como también por medio de la regularidad en la práctica.
การหายใจแบบโยคีสมบูรณ์แบบ ( Completed Yoga Breathing )
นอนหงายบนเสื่อ หรือพื้นกระดานสะอาด ๆ วางมือข้างตัวสบาย ๆ ผ่อนคลายร่างกายทุกส่วน หลับตา และปิดปาก หายใจยาวๆลึกๆ จิตคอยสังเกตอาการไว้ เมื่อมีการหายใจแผ่วลง
จึงค่อยวางมือให้ฝ่ามือวางบนหน้าท้อง ค่อยๆ หายใจออกช้าๆ ตามธรรมชาติ อย่าบังคับ ต่อไป
ค่อยๆ หายใจเข้าช้าๆลึกๆ โดยค่อยๆ ขยายซี่โครง ขยายหน้าอกส่วนกลาง ตลอดถึงส่วนบนของหน้าอก เมื่อหายใจเข้าเต็มปอดก็ให้ยกไหล่ไว้
หยุดหายใจชั่วครู่ ขณะ หายใจเข้า หรือ หายใจออก ให้ผ่อนคลายหน้าท้อง แต่ท่านจะสังเกตว่าหน้าท้องจะเกร็ง เมื่อหายใจเข้าเต็มปอดและเมื่อหายใจออกหมด หน้าท้อก็จะยุบและเกิดการเกร็ง
โดยธรรมชาติเช่นเดียวกัน การหายใจเข้า-ออกต้องทำให้เป็นจังหวะ นิ่มนวลเสมือนหนึ่งความเคลื่นไหวของคลื่น เทคนิคการหายใจ ต้องฝึกนานพอสมควร แต่....ขอออย่าให้เป็นการเกร็ง เพราะการบังคับการหายใจ ท่านจะรู้สึกเครียด และมึนศรีษะ มีจังหวะดังนี้ ….
เข้า : หยุด ออก : หยุด = 2 : 1 : 4 : 1
Meditation 1 & 2
Meditation 1:
A concise introduction to the subject of meditation as a means to attain everlasting peace. Simple and practical techniques are given to guide each student in reaching his/her innate spiritual potential.
Topics covered include:
concentration and meditation techniques
basic yoga philosophy
mantra theory and practice
Meditation 2:
Deepen your practice and increase your knowledge by studying advanced meditation techniques. In addition to this, lifestyle changes needed for internal and external purification will be discussed. You will learn how to make your meditation come alive in everyday activities, and how it helps in accelerating your spiritual evolution.
..........................................................
เกร็ดความรู้เกี่ยวกับโยคะ โดยนางสาวธัชพร เทพพิทักษ์
http://www.rulife.net/html/SLW1/ProposalExampleSLW1.htm
1. การออกกำลังกายช่วยในการควบคุมน้ำหนักตัวและลดไขมัน หากลดอาหารอย่างเดียว น้ำหนักก็ลดได้ แต่ทำให้ไม่มีเรี่ยวไม่มีแรง ตัวเหลืองซีด ขาดสารอาหาร อันตรายต่อร่างกาย
2. การออกกำลังกายทำให้ร่างกายแข็งแรง และมีกล้ามเนื้อเพิ่มความแข็งแกร่งและความทนทานของหัวใจ ไม่ทำให้เป็นพวกใจอ่อนแอ การออกกำลังกายช่วยป้องกันเรื่องหลอดเลือดอุดตัน ลดอาการเครียด กังวล และซึมเศร้า วิธีคลายเครียดง่ายๆ วิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ สัก 30 นาทีต่อวัน ให้ได้เหงื่อ ร่างกายจะหลั่งสารแอนโดรฟิน ทำให้สุขกาย สบายชีวี
3. เพิ่มเมตาบอลิซึ่ม คือ การปั๊มเมตาบอลิซึ่มในร่างกายให้สูงหรือคงที่ ได้แก่ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ กินอาหารไขมันต่ำ อย่าทำให้ร่างกายขาดสารไอโอดีน ไทโรซีน สังกะสี และซีลีเนียม การทำโยคะ หรือการฝึกจิตสมาธิ
4. บริหารกายและใจด้วยโยคะ การฝึกโยคะมีผลต่อจิตของกายในทุกๆ ด้าน ดังนี้
• ประโยชน์ในทางร่างกาย
o ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
o เพิ่มพูนความยืดหยุ่นของร่างกาย
o ทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวอย่างสง่างาม
o แก้ไขท่าที่ไม่ดีให้ดีขึ้น
o ทำให้กระดูกสันหลังตรง
o ทำให้ระบบในร่างกายมีความสมดุล
• ประโยชน์ทางจิตใจ
o ทำให้คลายเครียด
o ทำให้จิตใจสงบและเยือกเย็น
o ทำให้มีความคิดที่แหลมคม
o ทำให้จิตใจแจ่มใส ไม่ฟุ้งซ่าน
o ทำให้รู้สึกสงบ
• ประโยชน์ในทางพลังงาน
o ทำให้พลังงานที่หยุดนิ่งในร่างกายของเราได้เคลื่อนไหว
o ทำให้พลังงานไหลเวียนไปทั้งระบบของร่างกาย
o นำพลังงานไปสู่ทุกส่วนของร่างกายอีก
5. แอโรบิกแดนซ์ (Aerobics Dance) เป็น วิธีการออกกำลังกายชนิดหนึ่งที่นำเอาท่าบริหารกายต่างๆผสมผสานกับทักษะการเคลื่อนไหวเบื้องต้น และจังหวะเต้นรำที่จะกระตุ้นให้หัวใจและปอดต้องทำงานมากขึ้นถึงจุดหนึ่ง ด้วยระยะเวลาที่นานเพียงพอที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นการสร้างบรรยากาศในการออกกำลังกายที่สนุกสนานรื่นเริงลืมความเหน็ดเหนื่อยและเบื่อหน่ายได้ ทั้งยังสร้างความแข็งแรง ความทนทานของระบบกล้ามเนื้อ ระบบไหลเวียนเลือด หัวใจและปอดได้ดีขึ้น ทำให้รูปร่างสมส่วนมีบุคลิกภาพที่ดี
6. ใยอาหารจะเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการนำมาใช้ลดน้ำหนักตัวของคนเรา เพราะใยอาหารไม่ได้ให้พลังงานใด ๆ เลยแม้แต่แคลอรี่เดียว ใยอาหารเป็นส่วนหนึ่งของพืช ผัก ผลไม้ ที่เมื่อเรารับประทานเข้าไป จะไม่ถูกย่อยสลายโดยน้ำย่อยของคนเรา ใยอาหารที่เรารับประทานเข้าไป เมื่อตกถึงกระเพาะมันมีแนวโน้มที่พองตัวขึ้น จึงทำให้เราอิ่มเร็วกว่าปกติ
7. การดื่มน้ำมาก ๆ นอกจากจะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีแล้ว ยังช่วยลดปริมาณอาหารที่กินในแต่ละมื้อลงได้
8. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร รับประทานอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำ แต่เพียงพอที่ร่างกายจะนำไปใช้ ลดปริมาณน้ำตาล , ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต
8. วิธีการและขั้นตอนการดำเนินการ
วิธีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและควบคุมการบริโภคอาหาร ข้าพเจ้ามีแนวทางการปฏิบัติ ดังนี้1. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ถูกสุขอนามัย
2. บริโภคอาหารโดยเฉพาะมื้อเช้า ( ซึ่งปกติข้าพเจ้าจะไม่รับประทานมื้อเช้า ) และมื้อเที่ยง ให้ร่างกายได้รับ สารอาหารที่เพียงพอ ส่วนมื้อเย็นจะเน้นรับประทานผักและผลไม้แทน
3. จำกัดพลังงานจากอาหารที่ร่างกายต้องการ ลดปริมาณอาหารแคลอรี่สูง โดยลดปริมาณอาหารจำพวกแป้ง น้ำตาล และไขมัน หลีกเลี่ยงขนมหวานและเครื่องดื่มที่มีรสหวานทุกชนิด
4. รับประทานผักและผลไม้แทนอาหารว่างเมื่อเกิดความรู้สึกหิวระหว่างมื้ออาหาร
5. ดื่มน้ำสะอาดให้ได้อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร
.......................................
กำเนิดโยคะ [ Origins of YOGA ]
โยคะ เกิดขึ้นที่อินเดียเมื่อประมาณ 4 - 5 พันปีที่ผ่านมา เดิมจะเป็นการฝึก
เฉพาะโยคีและชนชั้นวรรณะพราหมณ์ เพื่อเอาชนะความเจ็บป่วย ต่อมาโยคะ
ได้พัฒนาผ่านลัทธิฮินดู มายุคพุทธศาสนา ถึงยุคลัทธิเซนในประเทศจีน
โดยแท้จริงแล้ว โยคะไม่ได้เป็นศาสตร์ของศาสนาใดศาสนาหนึ่ง แต่เป็น
ศาสตร์สากลที่ศาสนาต่าง ๆ สามารถนำมาเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิบัติเพื่อบรรลุ
เป้าหมายสูงสุดแห่งศาสนานั้น ๆ โยคะจึงเป็นที่แพร่หลายไปทั่วโลก โดยเฉพาะ หะฐะโยคะ
(Hatha Yoga ) ซึ่งจัดว่าเป็น Modern Yoga ที่พัฒนามาจากการรวมแบบโยคะดั้งเดิม กับวิธี
ปฏิบัติของพระพุทธศาสนา
ความหมายของโยคะ [ Meaning Of YOGA ]
โยคะ หมายถึง การสร้างความสมดุลของร่างกาย-จิตใจ และจิตวิญญาณ โดยรวมให้เป็นหนึ่งเดียว
หะฐะโยคะ (HATHA YOGA) เป็น 1 ในสาขาโยคะทั้งหมด หะฐะโยคะ จะใช้ศิลปการบริหาร
ร่างกาย ภายใต้การควบคุมของจิตใจ เกิดความสมดุลของพลังด้านบวกและด้านลบ โยคะจึงช่วย
บรรเทาและบำบัดโรคได้
หะฐะโยคะ จึงเป็นที่นิยมแพร่หลายทั่วโลก โดยเฉพาะในยุคปัจจุบัน ที่ผู้คนเห็นความสำคัญของ
สุขภาพกาย และสุขภาพจิตที่ดี
ระดับของโยคะ
เพื่อการเข้าใจถึงตนเองอย่างแท้จริง และมีเป้าหมายเพื่อยกระดับจิตใจของตนให้สูงขึ้น ควรปฏิบัติ
ตาม 8 ระดับ ของโยคะ ดังนี้
1. ศีลธรรม ประกอบด้วยข้อห้ามเพื่อระงับสิ่งชั่วร้ายต่างๆ
• ไม่ใช้ความรุนแรง
• พูดแต่ความจริง ไม่พูดโกหก
• ไม่ลักขโมย
• เป็นกลางในสิ่งต่าง ๆ
• ไม่โลภในของของผู้อื่น
2. จริยธรรม ประกอบด้วย สำนึกแห่งวิถีชีวิตอันดีงาม
• คิดสิ่งที่ดีๆ บริสุทธิ์ สะอาดทั้งกายและใจ ( คิดดี )
• พูดในแง่ดีและมีทัศนคติทางบวก ( พูดดี )
• ปฏิบัติทุกสิ่งด้วยความตรงไปตรงมา และยุติธรรม ( ทำดี )
• พอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ (พอใจ )
• ชื่นชมและเห็นคุณค่า แห่งธรรมชาติ รวมทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ( ชื่นชมยินดี )
3. ท่าฝึกอาสนะ การบริหารร่างกาย และดูแลร่างกายให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น
4. ปราณายาม เป็นการบริหารลมหายใจ เพื่อให้ร่างกายได้รับพลังชีวิตอย่างเต็มที่
5. การควบคุมความรู้สึก (การสำรวมจิต ) โดยตั้งจิตสงบอยู่ภายใน ไม่วอกแวก
6. การเพ่งจิต (Concentration) ด้วยการกำหนดจิตให้อยู่กับสิ่งๆเดียว
7. การภาวนาจิต (Meditation) โดยการศึกษา และวิเคราะห์สัจจะให้ถ่องแท้
8. สมาธิ (Samadhi ) หมายถึง การรักษาสภาวะจิตที่ดี พิจารณาสภาวะความเป็นจริงอย่างแจ่มแจ้ง และบรรลุถึง การเป็นหนึ่งเดียวกับจักรวาล
ข้อพิเศษ
เพื่อบรรลุถึงเป้าหมายสูงสุด โยคีทั้งหลายได้บัญญัติการกินอาหารแบบมังสวิรัติ ( กินเฉพาะผัก )
เข้าในรายละเอียดข้างต้น เพราะเชื่อว่าวิธีนี้ช่วยให้จิตวิญญาณรวมเป็นหนึ่งเดียวกับจักรวาลได้
สำหรับคนทั่วไปที่ต้องทำงาน และผู้ที่ไม่สามารถกินอาหารมังสวิรัติ (ไม่กินเนื้อสัตว์ทุกชนิด) ก็อาจ
กินอาหารแนวชีวจิต (แมคโครไบโอติก + ปลาทะเล) หรืออย่างน้อยก็กินอาหารแนวธรรมชาติให้
ครบ 5 หมู่ อย่างเหมาะสม และหลีกเลี่ยงการกินเนื้อสัตว์ใหญ่ได้ก็จะดียิ่ง
